· ระบบการให้แสงสว่างหลัก คือ การออกแบบระบบแสงสว่างให้มีความส่องสว่าง
เพียงพอตามมาตรฐานเพื่อการใช้งานในแต่ละพื้นที่นั้น ๆ
· ระบบการให้แสงสว่างรอง คือการออกแบบให้มีแสงสว่างให้เกิดความสวยงาม
หรือเน้นเพื่อให้เกิดความสนใจ สบายตา
และ อารมณ์
· การให้แสงสว่างที่ดี
ควรมีทั้วระบบการให้แสงสว่างหลักและแสงสว่างรอง
· แสงจากหลอดที่ให้แสงสีเหลืองดูน่าอบอุ่นสำหรับบ้านและโรงแรม
· ความส่องสว่างสำหรับพื้นที่ทั่วไปใช้ 100
- 200 ลักซ์
· โคมไฟส่องลงหลอดGLS 100
วัตต์ที่ความสูงฝ้า 2.4 - 2.7 เมตรติดตั้งห่างกัน
ทุกๆ ระยะ 2 - 2.5 เมตร ให้ความส่องสว่างที่พื้นเฉลี่ย 100
ลักซ์
· ไม่ควรใช้ไฟเกินกว่า 80 % ของอัตราสวิตช์หรี่ไฟ
· การใช้โคมไฟระย้าควรมีโคมไฟชนิดอื่นช่วยให้แสงหลักด้วยเพื่อลดเงาที่เกิดเนื่อง
จากโคมไฟระย้า
· โคมระย้าใช้ 20 -25
วัตต์/ตารางเมตร/ 100 ลักซ์ และควรติดตั้งสวิตช์ไฟหรี่ด้วย
· การใช้โคมไฟระย้าควรระวัง ความสูงฝ้า
และ นำหนักโคมระย้า
· โคมระย้าใช้ขนาดประมาณ 1/12
ของเส้นทะแยงมุมห้อง
· ช่องเปิดไฟหรืบควรมีขนาดอย่างน้อย 1/10
ของขนาดเบ้า
· ไฟหรืบฟลูออเสเซนต์ใช้ 8 - 12
วัตต์/ตารางเมตร/ 100 ลักซ์
· การให้แสงสว่างจากหรืบเพื่อส่องสว่างพืนที่ควรมีเพดานสีขาวหรือสีอ่อน
มิฉะนั้นแล้วแสงจากไฟหลืบที่เพดานเป็นสีทึบก็เป็นเพียงไฟตกแต่งเท่านั้น
· สำนักงานทั่วไปมักใช้โคมไฟตัวสะท้อนแสงอะลูมิเนียม ห้องหรือบริเวณ
สำคัญที่ไม่ต้องการแสงบาดตาก็ควรใช้โคมแบบมีตัวกรองแสงขาวขุ่น
หรือแบบเกล็ดแก้ว( Prismatic Diffuser)
· ถ้าปิดเปิดไฟแสงสว่างของหลอดประเภทดิสชาร์จพร้อมๆ
กันหลายๆ หลอด
ด้วยเบรกเกอร์ ไม่ควรใช้กระแสรวมมากกว่า 50%
ของอัตราเบรกเกอร์
· ฟลูออเรสเซนต์ไม่เหมาะสำหรับเพดานที่สูงเกิน
7 เมตรขึ้นไป
เพดานที่สูงควรใช้โคมไฮเบย์ (High Bay)
· พื้นที่งานที่ต้องการความส่องสว่างสูงมาก
1000 - 2000 ลักซ์
ควรให้แสงสว่างจากโคมตั้งโต๊ะหรือใต้ตู้แทนที่จะให้จากโคมที่เพดาน
· ถ้าเพดานสูงน้อยกว่า 4
เมตร ควรใช้โคมฟลูออเรสเซนต์
· ถ้าเพดานสูงระหว่าง 4 - 7
เมตร อาจใช้โคมโลเบย์
· ถ้าเพดานสูงมากกว่า 7
เมตร ควรใช้โคมไฮเบย์
· การใช้หลอดเมทัลฮาไลท์ขนาดวัตต์ต่างกันในพื้นที่เดียวกัน
อาจมีปัญหาในเรื่องสีของหลอดไม่เหมือนกันจนสังเกตได้
· การใช้หลอดปรอทความดันสูงอาจมีปัญหาในเรื่องแสงสีน้ำเงินที่
ออกมามากในช่วงติดตั้งเริ่มแรก แต่จะจางลงเมื่อติดตั้งไปหลายเดือนแล้ว
· การใช้หลอดโซเดียมในโรงงานอุตสาหกรรมใช้ในกรณีไม่พิถีพิถันเรื่องสี
· การให้แสงสว่างแบบทั่วไปเหมาะกับงานที่ต้องการเปลี่ยนแปลงหรือ
เคลื่อนย้ายเครื่องจักรหรือที่ทำงานตลอดเวลา
· การให้แสงสว่างแบบทั่วไปเฉพาะบริเวณใช้กับงานที่ไม่มีการเคลื่อนย้าย
· การให้แสงสว่างเฉพาะที่มักใช้กับงานที่ต้องการความส่องสว่างสูง
· การวางโคมฟลูออเรสเซนต์ให้วางแนวยาวตามทิศทางการมอง
· โคมประเภทมีครีบ(Fin Louver) ใช้ในโรงเรียนเพราะให้แสงบาดตาน้อย
· ห้องบรรยายควรจัดโคมและสวิตช์ดังนี้
· หลอดที่เหมาะสมสำหรับการตรวจรักษาโรคทั่วไปคือ
หลอดคูลไวท์ ยกเว้นโรคดีซ่านที่ใช้หลอดเดย์ไลท์เหมาะกว่า
· หลอดที่ใช้ในโรงพยาบาลควรใช้หลอดเหมือนกันทั้งหมด
เพื่อไม่ให้หลอกตาเนื่องจากแสงที่ไม่เหมือนกันในพื้นที่ข้างเคียงกัน
· โคมที่เหมาะสำหรับงานโรงพยาบาลในบริเวณที่มีคนไข้ คือโคมที่มีแผ่นกรอง
แสงขาวขุ่นหรือเกล็ดแก้ว แต่มีปัญหาเรื่องประสิทธิภาพของโคมที่ใช้ไฟฟ้ามาก
· แสงสว่างในห้องผ่าตัดควรสว่างมากเพื่อไม่ให้ต่างมากจากไฟแสงสว่างผ่าตัด
· ควรมีไฟฉุกเฉินจากแบตเตอรีในกรณีที่ไฟดับหมดรวมทั้งที่มาจากเครื่องกำเนิดด้วย
· วัตถุที่ไวต่อ UV ไม่ควรให้แสงมากกว่า
120000 ลักซ์-ชม./ปี
· วัตถุที่ไม่ไวต่อ UV ไม่ควรให้แสงมากกว่า
180000 ลักซ์-ชม./ปี
· หลอดให้แสงทั่วไปที่เหมาะกับศูนย์การค้าควรให้แสงที่ส่องทุกสีเด่น
· บริเวณที่ต้องการให้เห็นวัสดุสีขาว เช่น
เครื่องเขียนควรใช้หลอดแสงสีขาว
· การส่องเน้นสินค้าไม่ควรใช้แสงสว่างสมำเสมอ