 |
|
หมวดที่
1 ความทั่วไป
ข้อ 1. สมาคมนี้มีชื่อว่า "สมาคมไฟฟ้าแสงสว่างแห่งประเทศไทย"
ใช้อักษรย่อว่า "สฟสท" เขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า "ILLUMINATING ENGINEERING
ASSOCIATION OF THAILAND" อ่านเป็นภาษาอังกฤษว่า "อิลลู มิเนติ้ง
เอนจิเนียริ่ง แอสโซซิเอชั่น ออฟ ไทยแลนด์" และใช้อักษรย่อเป็นภาษาอังกฤษว่า
"TIEA"
ข้อ 2. ตราของสมาคมเป็นอักษรย่อภาษาอังกฤษ TIEA สีขาวอยู่ในวงกลมพื้นสีน้ำเงิน
ตัวอักษรภาษาอังกฤษ I มี ลักษณะคล้ายแท่งเทียนที่มีเปลวไฟ
หากมีการย่อหรือขยายตราของสมาคม
ให้ย่อหรือขยายตามสัดส่วนเดิม
ข้อ 3. สมาคมเป็นองค์กรทางวิชาการ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี
ศิลปวัฒนธรรม ที่ไม่แสวงหาผลกำไรและไม่เกี่ยวข้อง กับการเมือง
ข้อ 4. สำนักงานของสมาคมตั้งอยู่ ณ อาคารสำนักงานวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
จุฬา ลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถนนอังรีดูนังค์ แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน
กรุงเทพมหานคร 10330
ข้อ 5. วัตถุประสงค์ของสมาคมเพื่อ
5.1 จัดให้มีการแลกเปลี่ยนผลงานวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยีและศิลปะในเรื่องแสงและ การส่องสว่างในประเทศไทย
5.2 ส่งเสริมให้มีความก้าวหน้าและการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและศิลปะในเรื่องแสงและการ
ส่องสว่างในประเทศไทย
ข้อ 6. สมาคมจะจัดกิจกรรมต่างๆ ดังต่อไปนี้เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของสมาคม
6.1 ร่วมกับองค์กรไฟฟ้าแสงสว่างสากล (INTERNATIONAL COMMISSION
ON ILLUMINATION) ในการจัดทำกิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้องกับแสงและการส่องสว่าง
6.2 ศึกษาและวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและศิลปะในเรื่องแสงและการส่องสว่าง
6.3 ร่วมกับองค์กรสากลในการจัดทำมาตรฐานระหว่างประเทศด้านวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยีและศิลปะใน เรื่องแสงและการส่องสว่าง
6.4 ประชาสัมพันธ์เรื่องที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและศิลปะในเรื่องแสงและการส่องสว่าง
6.5 ส่งเสริมและพัฒนามาตรฐานต่างๆที่เกี่ยวข้องกับแสงและการส่องสว่าง
6.6 ดำเนินการเรื่องอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการบริหารเห็นสมควร
 |
|
หมวดที่
2 สมาชิก
| ประเภทของสมาชิก
สมาชิกสามัญของสมาคมมี
3 ประเภท คือ |
สมาชิกบุคคล
|
ได้แก่บุคคลที่สนใจด้านแสง
และการส่องสว่าง มีความจำนงขอสมัครเป็นสมาชิก และคณะกรรมการบริหารมีมติอนุมัติรับเข้าเป็นสมาชิกบุคคลได้ |
สมาชิกนิติบุคคล
|
ได้แก่
บริษัท สโมสร สมาคม มูลนิธิ หรือหน่วยงานที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล
ที่เห็นพ้องกับวัตถุประสงค์ และกิจกรรมของสมาคม ยินดีให้การสนับสนุนสมาคม
และคณะกรรมการบริหารมีมติอนุมัติให้รับเข้าเป็นสมาชิกนิติบุคคลได้
|
สมาชิกกิตติมศักดิ์
|
ได้แก่บุคคลที่ทรงคุณวุฒิด้านแสง
และการส่องสว่าง หรือผู้มีอุปการะคุณแก่สมาคม ซึ่งคณะกรรมการบริหารลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ |
|
| คุณสมบัติของสมาชิก
สมาชิกต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ |
| 1.ไม่มีความประพฤติเสื่อมเสีย |
| 2.
ไม่เคยถูกพิพากษาโดยศาลยุติธรรมให้จำคุก เว้นแต่ความผิดลหุโทษ
หรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท |
| 3.
ไม่เคยเป็นคนวิกลจริต หรือไร้ความสามารถ |
| 4.
ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ |
| 5.
ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย |
|
| การรับสมาชิก |
| 1.
ผู้ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกต้องยื่นใบสมัครตามแบบของสมาคมต่อเลขาธิการ
ใบสมัครต้องมีสมาชิกหนึ่งคนรับรอง เมื่อคณะกรรมการบริหารได้พิจารณาใบสมัครแล้ว
ให้เลขาธิการแจ้งผลให้ผู้สมัครทราบภายใน 30 วัน |
| 2.
เมื่อผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกได้รับหนังสือตอบรับให้เป็นสมาชิกของสมาคมแล้ว
ให้ผู้สมัครนั้นชำระเงินค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคมภายใน
30 วัน สมาชิกภาพของผู้สมัครให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่ผู้สมัคร
ได้ชำระเงินค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว |
| 3.
สมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักดิ์ ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่สมาคมได้รับหนังสือตอบรับคำเชิญให้เป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ |
|
| ค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคม |
| 1.
สมาชิกบุคคลต้องเสียค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคมปีละ 200
บาท หรือตลอดชีพ 2,000 บาท |
| 2.
สมาชิกนิติบุคคลต้องเสียค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคมปีละ
2,000 บาท |
| 3.
สมาชิกกิตติมศักดิ์ไม่ต้องเสียค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคม |
|
| การสิ้นสุดสมาชิกภาพ
สมาชิกภาพของสมาชิกให้สิ้นสุดด้วยเหตุดังต่อไปนี้ |
| 1.
ตาย |
| 2.
ลาออกโดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการบริหาร |
| 3.
ล้มละลาย |
| 4.
คณะกรรมการบริหารให้ลบชื่อออกจากทะเบียน |
|
| สิทธิของสมาชิก |
| 1.
มีสิทธิเข้าร่วมในกิจกรรมต่างๆ ของสมาคมตามระเบียบที่ได้กำหนดไว้ |
| 2.
มีสิทธิได้รับผลประโยชน์ต่างๆ ที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น |
| 3.
มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการของสมาคมต่อคณะกรรมการบริหาร
เพื่อการพัฒนาสมาคมให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น |
| 4.
มีสิทธิเข้าประชุมอภิปราย แสดงความคิดเห็น เสนอญัตติ และซักถามกรรมการบริหารในการประชุมใหญ่ของสมาคม |
| 5.
มีสิทธิในการเลือกตั้ง รับการเลือกตั้ง หรือรับการแต่งตั้งเป็นกรรมการของสมาคม |
| 6.
สมาชิกบุคคล และสมาชิกนิติบุคคลเท่านั้นที่มีสิทธิออกเสียงลงมติต่างๆ
ในที่ประชุม สมาชิกบุคคลมีสิทธิออกเสียงได้คนละ 1 เสียง
ส่วนสมาชิกนิติบุคคลสามารถส่งผู้แทนได้
2 คน และผู้แทนแต่ละคนมีสิทธิออกเสียงได้ 1 เสียง |
| 7.
มีสิทธิขอตรวจสอบเอกสาร และบัญชีทรัพย์สินของสมาคมได้ โดยให้ยื่นคำขอตรวจสอบต่อคณะกรรมการบริหารเป็นลายลักษณ์อักษะ
|
|
| หน้าที่ของสมาชิก |
| 1.
มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎข้อบังคับ และระเบียบต่างๆ ของสมาคมโดยเคร่งครัด
|
| 2.
มีหน้าที่ต้องประพฤติตนให้สมเกียรติที่เป็นสมาชิกของสมาคม |
| 3.
มีหน้าที่ส่งเสริม และสนับสนุนการดำเนินการต่างๆ ของสมาคม
|
| 4.
มีหน้าที่ชำระค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคมตามที่กำหนด |
|
|
หมวดที่
3 การดำเนินกิจการของสมาคม
ข้อ
14. คณะกรรมการ
14.1 ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งชื่อว่า คณะกรรมการบริหาร ทำหน้าที่บริหารกิจการของสมาคม
มีจำนวน ไม่เกิน 21 คน ประกอบด้วยกรรมการที่ได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่จำนวนไม่เกิน
14 คน และกรรม การอีกไม่เกิน 7 คน ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานสาขาวิชาการตามกฎข้อบังคับข้อ
14.3 เป็นกรรม การโดยตำแหน่ง
14.2 ให้กรรมการจำนวน 14 คน ที่ได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่
เลือกตั้งกันเองในตำแหน่งต่างๆ ดังนี้
14.2.1 นายกสมาคม ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าในการบริหารกิจการของสมาคม
เป็นผู้แทนสมาคม ในการติดต่อกับบุคคลภายนอกและทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารและการประชุมใหญ่ของสมาคม
14.2.2 อุปนายก ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนายกสมาคมในการบริหารกิจการสมาคมปฏิบัติ
ตามที่ นายกสมาคมได้มอบหมายและ ทำหน้าที่แทน นายกสมาคมเมื่อนายกสมาคม
ไม่อยู่ หรือ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ แต่การทำหน้าที่แทนนายกสมาคม
ให้อุปนายกตามลำดับตำแหน่งเป็นผู้กระทำการแทน
14.2.3 เลขาธิการ ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการของสมาคมทั้งหมด
เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ ของสมาคมในการปฏิบัติ กิจการของสมาคมและปฏิบัติตามคำสั่งของนายก
สมาคม ตลอดจนทำหน้าที่เป็นเลขานุการในการประชุมต่างๆของสมาคม
14.2.4 เหรัญญิก ทำหน้าที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของสมาคม
เป็นผู้จัดทำบัญชีรายรับ รายจ่าย บัญชีงบดุลของสมาคม และเก็บเอกสารหลักฐานต่างๆของสมาคมเพื่อการ
ตรวจสอบ
14.2.5 ปฏิคม ทำหน้าที่ในการให้การต้อนรับแขกของสมาคม เป็นหัวหน้าในการจัด
เตรียมสถานที่ของสมาคม และจัดเตรียมสถานที่ประชุมต่างๆของสมาคม
14.2.6 นายทะเบียน ทำหน้าที่เกี่ยวกับทะเบียนสมาชิกทั้งหมดของสมาคม
ประสานงานกับ เหรัญญิกในการเรียกเก็บเงินค่าบำรุงสมาคมของสมาชิก
14.2.7 ประชาสัมพันธ์ ทำหน้าที่เผยแพร่กิจการและชื่อเสียงเกียรติคุณของสมาคมให้สมาชิก
และบุคคลโดยทั่วไปให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย
14.2.8 กรรมการตำแหน่งอื่นๆ คณะกรรมการบริหารอาจกำหนดตำแหน่งอื่นๆขึ้นได้ตามความ
เหมาะสม โดยตำแหน่งที่กำหนดขึ้นใหม่นี้เมื่อรวมกับตำแหน่งกรรมการ
ตามข้างต้นแล้วจะต้องไม่เกินจำนวนที่กฎและข้อบังคับฉบับนี้ได้กำหนดไว้
|
14.3
ให้กรรมการจำนวน 14 คน ที่ได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่พิจารณาแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิด้านแสง
และการส่องสว่างเป็นประธานสาขาวิชาการ และประธานสาขาวิชาการที่ได้รับแต่งตั้งนี้เป็นกรรมการของคณะกรรมการบริหารโดยตำแหน่งซึ่งมีหน้าที่โดยสังเขป
ดังนี้
| 14.3.1
กรรมการและประธานสาขาวิชาการ 1 |
มีหน้าที่ดูแลวิชาการส่วนที่เกี่ยวข้องกับการ
มองเห็นและสี (VISION AND COLOUR)
|
| 14.3.2
กรรมการและประธานสาขาวิชาการ 2 |
มีหน้าที่ดูแลวิชาการส่วนที่เกี่ยวข้องกับการ
วัดแสงและการแผ่รังสี (MEASUREMENT OF LIGHT AND RADIATION)
|
| 14.3.3
กรรมการและประธานสาขาวิชาการ 3 |
มีหน้าที่ดูแลวิชาการส่วนที่เกี่ยวข้องกับ
สภาพแวดล้อมและการออกแบบการส่อง สว่างในอาคาร (INTERIOR
ENVIRONMENT AND LIGHTING DESIGN)
|
| 14.3.4
กรรมการและประธานสาขาวิชาการ 4 |
มีหน้าที่ดูแลวิชาการส่วนที่เกี่ยวข้องกับการ
ส่องสว่าง และการให้สัญญาณแสงในด้าน การคมนาคม (LIGHTING
AND SIGNALLING FOR TRANSPORT)
|
| 14.3.5
กรรมการและประธานสาขาวิชาการ 5 |
มีหน้าที่ดูแลวิชาการส่วนที่เกี่ยวข้องกับการ
ส่องสว่างนอกอาคารและการส่องสว่างงาน ด้านอื่น (EXTERIOR
AND OTHER LIGHTING APPLICATIONS)
|
| 14.3.6
กรรมการและประธานสาขาวิชาการ 6 |
มีหน้าที่ดูแลวิชาการส่วนที่เกี่ยวข้องกับ
ความสัมพันธ์ระหว่างแสงกับชีววิทยาและ ความสัมพันธ์ระหว่างแสงกับเคมี
(PHOTOBIOLOGY AND PHOTOCHEMISTRY)
|
| 14.3.7
กรรมการและประธานสาขาวิชาการ 7 |
มีหน้าที่ดูแลวิชาการส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง
ทั่วๆไปของการส่องสว่าง (GENERAL ASPECTS OF LIGHTING) |
14.4 คณะกรรมการบริหารของสมาคมสามารถอยู่ในตำแหน่งได้คราวละ 2
ปี และเมื่อคณะกรรมการอยู่ใน ตำแหน่งครบกำหนดตามวาระแล้ว แต่คณะกรรมการชุดใหม่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทาง
ราชการ ให้คณะกรรมการที่ครบกำหนดตามวาระปฏิบัติการไปพลางก่อนจนกว่าคณะกรรมการชุดใหม่
จะได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ และเมื่อคณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จด
ทะเบียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้คณะกรรมการชุดเก่าส่งมอบงานให้คณะกรรมการชุดใหม่ให้เสร็จภาย
ใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ
14.5 กรรมการบริหารอาจได้รับการเลือกตั้งช้ำแต่ต้องไม่ปฏิบัติงานต่อเนื่องเกินสองวาระในตำแหน่งต่อไป
นี้
นายกสมาคม
เลขาธิการ
เหรัญญิก |
14.6 ตำแหน่งกรรมการบริหาร ถ้าต้องว่างลงก่อนครบกำหนดตามวาระ ให้คณะกรรมการบริหารแต่งตั้ง
สมาชิกคนใดคนหนึ่งที่เห็นสมควรเข้าดำรงตำแหน่งแทนตำแหน่งที่ว่างลงนั้น
แต่ผู้ดำรงตำแหน่งแทน อยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับวาระของผู้ที่ตนแทนนั้น
14.7 คณะกรรมการบริหารอาจจะพ้นตำแหน่งซึ่งมิใช่เป็นการลาออกตามวาระด้วยเหตุผลต่อไปนี้
14.7.1
ตาย
14.7.2 ลาออก
14.7.3 ขาดจากสมาชิกภาพ
14.7.4 ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้ออกจากตำแหน่ง |
14.8 กรรมการบริหารที่ประสงค์จะลาออกจากตำแหน่งกรรมการบริหารให้ยื่นใบลาออกเป็นลายลักษณ์
อักษรต่อคณะกรรมการบริหาร และให้พ้นจากตำแหน่งเมื่อคณะกรรมการบริหารมีมติให้ออก
14.9 อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการบริหาร
14.9.1
มีอำนาจออกระเบียบปฏิบัติต่างๆเพื่อให้สมาชิกได้ปฏิบัติ
แต่ระเบียบปฏิบัตินั้นต้องไม่ขัด ต่อกฎและข้อบังคับฉบับนี้
14.9.2 มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของสมาคม
14.9.3 มีอำนาจแต่งตั้งที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการได้ แต่ที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการจะสามารถอยู่ใน
ตำแหน่งได้ไม่เกินวาระของคณะกรรมการบริหารที่แต่งตั้ง
14.9.4 มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปีและประชุมใหญ่วิสามัญ
14.9.5 มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการในตำแหน่งอื่นๆ ที่ยังมิได้กำหนดไว้ในกฎและข้อบังคับฉบับนี้
14.9.6 มีอำนาจบริหารกิจการของสมาคม เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตลอดจนมีอำนาจอื่นๆ
ตามที่กฎและข้อบังคับได้กำหนดไว้
14.9.7 มีหน้าที่รับผิดชอบในกิจการของสมาคมทั้งหมด รวมทั้งการเงินและทรัพย์สินทั้งหมดของ
สมาคม
14.9.8 มีหน้าที่จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญตามที่สมาชิกจำนวน
1 ใน 5 ของสมาชิกทั้งหมดหรือ สมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่า 20
คน ได้เข้าชื่อร้องขอให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญขึ้น ซึ่งการนี้จะ
ต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญขึ้นภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอ
14.9.9 มีหน้าที่จัดทำเอกสารหลักฐานต่างๆทั้งที่เกี่ยวข้องกับการเงิน
ทรัพย์สินและการดำเนินกิจ กรรมต่างๆของสมาคมให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ
และสามารถให้สมาชิกตรวจดูได้เมื่อ สมาชิกร้องขอ
14.9.10 มีหน้าที่จัดทำบันทึกการประชุมต่างๆ ของสมาคมเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน
14.9.11 มีหน้าที่อื่นๆ ตามที่กฎและข้อบังคับได้กำหนดไว้
|
14.10 คณะกรรมการบริหารจะต้องประชุมกันอย่างน้อยหนึ่งครั้งทุกๆสองเดือน
เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับ การบริหารของสมาคม
14.11 การประชุมคณะกรรมการบริหาร จะต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของกรรม
การทั้งหมดจึงจะถือว่าครบองค์ประชุม มติของที่ประชุมคณะกรรมการบริหารถ้าข้อบังคับมิได้กำหนด
ไว้เป็นอย่างอื่น ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในการ
ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด
14.12 ในการประชุมคณะกรรมการบริหาร ถ้านายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่
สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการที่เข้าประชุมในคราวนั้นเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่
ประธานในการประชุมคราวนั้น
ข้อ 15. คณะกรรมการสาขาวิชาการ
15.1 ให้มีคณะกรรมการสาสขาวิชาการดูแลกิจการของแต่ละสาขาวิชาการ
15.2 คณะกรรมการสาขาวิชาการประกอบด้วย ประธานสาขาวิชาการซึ่งเป็นผู้แต่งตั้งกรรมการในจำนวนที่
เหมาะสม กรรมการจะแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชาการนั้นๆ
กรรมการต้องเป็นสมาชิกของ สมาคม และต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริหาร
15.3 เมื่อประธานสาขาวิชาการพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้คณะกรรมการบริหารแต่งตั้งผู้ที่เหมาะสม
แทนตำแหน่งที่ว่างลง แต่ผู้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับวาระของผู้ที่ตนแทนเท่านั้น
15.4 กรรมการสาขาวิชาการอาจจะพ้นจากตำแหน่งได้ ซึ่งมิใช่เป็นการออกตามวาระด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
15.4.1
ตาย
15.4.2 ลาออก
15.4.3 ขาดสมาชิกภาพ
15.4.4 คณะกรรมการบริหารมีมติให้ออกจากตำแหน่ง |
15.5 ให้อนุโลมใชัระเบียบการประชุมของคณะกรรมการบริหารกับการประชุมของคณะกรรมการสาขาวิชาการ
|
|
หมวดที่
4 การประชุมใหญ่
| ข้อ
16. การประชุมใหญ่ของสมาคมมี 2 ชนิด คือ
16.1 ประชุมใหญ่สามัญ
16.2 ประชุมใหญ่วิสามัญ |
ข้อ
17. คณะกรรมการต้องจัดให้มีประชุมใหญ่สามัญประจำปี
1 ครั้ง ภายในเดือน พฤศจิกาายนของทุก ๆ 1 ป
ีข้อ 18. การประชุมใหญ่วิสามัญ อาจจัดให้มีขึ้นได้ด้วยเหตุผลอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปนี้
1. คณะกรรมการบริหารเห็นควรจัดให้มีขึ้น
2. สมาชิกสามัญไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของสมาชิกสามัญทั้งหมดหรือไม่น้อยกว่า
20 คน เข้าชื่อร่วมกันร้องขอต่อคณะกรรมการบริหารให้จัดให้มีขึ้น |
ข้อ 19. การแจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ ให้เลขาธิการเป็นผู้แจ้งให้สมาชิกทราบเป็นลายลักษณ์อักษร
โดยระบุวัน เวลา และสถานที่ให้ชัดเจน และต้องแจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้า
ไม่น้อยกว่า 7 วัน ก่อนกำหนดวันประชุมใหญ่
ข้อ 20. การประชุมใหญ่สามัญประจำปี จะต้องมีวาระการประชุมอย่างน้อยดังต่อไปนี้
| 1. แถลงถึงกิจการที่ผ่านมาในรอบปี
2.
แถลงถึงบัญชีรายรับ
รายจ่าย และบัญชีงบดุลของปีที่ผ่านมาให้สมาชิกทราบ
3. เลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่เมื่อครบกำหนดวาระ
4. เลือกตั้งผู้สอบบัญชี
5. เรื่องอื่นๆ ถ้ามี |
ข้อ 21. ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือการประชุมใหญ่วิสามัญ
จะต้องมีสมาชิกเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของสมาชิกทั้งหมด
หรือไม่น้อยกว่า 25 คน จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม แต่ถ้าเมื่อถึงกำหนด
เวลาประชุมยัง มีสมาชิกเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุม ก็ให้ขยายเวลาออกไปอีกพอสมควร
แต่เมื่อครบ กำหนดเวลาที่ขยายออกไปแล้วยังมีสมาชิกเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุม
ให้กระทำดังต่อไปนี้
1. กรณีเป็นการประชุมใหญ่สามัญประจำปี
หรือการประชุมใหญ่วิสามัญที่คณะกรรมการบริหารเห็นสมควรจัดให้มีขึ้น
ให้เลื่อนการประชุมคราวนั้นไป และให้จัดประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่งในเวลาไม่น้อยกว่า
15 วัน แต่ไม่เกิน 45 วัน นับจากวันที่ได้เลื่อนการประชุม
ในการประชุมใหญ่ครั้งใหม่นี้ ไม่ว่าจะมีสมาชิกเข้าประชุมเป็นจำนวนเท่าใด
ก็ให้ถือว่าครบองค์ประชุม
2. กรณีเป็นการประชุมใหญ่วิสามัญที่เกิดจากการร้องขอของสมาชิก
ให้ถือว่าการประชุมใหญ่คราวนั้นเป็นอันยกเลิก และไม่ต้องจัดประชุมใหญ่ขึ้นอีกครั้ง |
ข้อ 22. การลงมติต่างๆ ในที่ประชุมให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์
แต่ถ้าคะแนนเสียงที่ลงมติเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมใหญ่เป็นผู้ชี้ขาด
ข้อ 23. ในการประชุมใหญ่ของสมาคม ถ้านายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่มาร่วมประชุม
หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมใหญ่ทำการเลือกตั้งกรรมการของคณะกรรมการบริหารคนใดคนหนึ่งที่มาร่วมประชุม
เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น

|
|
หมวดที่
5 การเงินและทรัพย์สิน
ข้อ 24. การเงินและทรัพย์สินทั้งหมดให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริหาร
เงินสดของสมาคมให้นำฝาก ไว้กับธนาคารในประเทศไทยที่มีหลักฐานมั่นคง
ข้อ 25. เหรัญญิกต้องทำบัญชีรายรับรายจ่ายและบัญชีงบดุลให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ
การรับหรือจ่ายเงินทุกครั้งจะ ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ
ข้อ 26. การลงนามในตั๋วเงินหรือเช็คของสมาคม จะต้องมีลายมือชื่อของกรรมการบริหาร
2 ใน 3 ท่านต่อไปนี้ นายก สมาคม เลขาธิการ เหรัญญิก พร้อมประทับตราของสมาคมจึงจะถือว่าใช้ได้
ข้อ 27. ให้นายกสมาคมมีอำนาจสั่งจ่ายเงินของสมาคมได้ครั้งละไม่เกิน
50,000 บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่า นั้นจะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริหาร
ข้อ 28. ให้เหรัญญิกมีอำนาจเก็บรักษาเงินสดของสมาคมได้ไม่เกิน
5,000 บาท (ห้าพันบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่าจำนวนนี้ จะต้องนำฝากธนาคารในบัญชีของสมาคมทันทีที่มีโอกาสอำนวยให้
ข้อ 29. ผู้สอบบัญชีจะต้องไม่ใช่กรรมการบริหารหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม
และจะต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาต
ข้อ 30. ผู้สอบบัญชีมีอำนาจที่จะเรียกเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเงินและทรัพย์สินจากคณะกรรมการบริหาร
และสามารถ เชิญกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคมเพื่อสอบถามเกี่ยวกับบัญชีและทรัพย์สินของสมาคมได้
คณะกรรมการ บริหารและเจ้าหน้าที่ของสมาคมจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้สอบบัญชีเมื่อได้รับการร้องขอ
|
|
หมวดที่
6 สิ่งตีพิมพ์
ข้อ 31. สมาคมต้องพิมพ์รายงานความก้าวหน้าของการประชุมของคณะกรรมการบริหาร
รายงานความก้าวหน้าและกิจ กรรมของคณะกรรมการสาขาวิชาการต่างๆ
ข้อ 32. สมาคมต้องจัดพิมพ์เอกสารทางวิชาการของสาขาวิชาการต่างๆ
|
|
หมวดที่
7 การเปลี่ยนแปลงแก้ไขกฎและข้อบังคับและการเลิกของสมาคม
ข้อ 33. กฎและข้อบังคับของสมาคมจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่เท่านั้น
มติของที่ประชุมใหญ่ใน การเปลี่ยนแปลงแก้ไขและข้อบังคับจะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า
2 ใน 3 ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วม ประชุมทั้งหมด
ข้อ 34. การเลิกสมาคม จะเลิกได้ก็โดยมติของที่ประชุมใหญ่ของสมาคม
ยกเว้นต้องยกเลิกเพราะเหตุของกฎหมาย มติ ของที่ประชุมใหญ่ให้เลิกสมาคมจะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า
3 ใน 4 ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้ง หมด
ข้อ 35. เมื่อสมาคมจะต้องยกเลิกไม่ว่าด้วยเหตุใดๆก็ตาม
ทรัพย์สินของสมาคมที่เหลืออยู่หลังจากที่ได้ชำระบัญชีเป็นที่
เรียบร้อยแล้ว ให้มอบแก่วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

|
|
หมวดที่
8 บทเฉพาะกาล
ข้อ 36. กฎข้อบังคับฉบับนี้ให้เริ่มใช้บังคับได้ตั้งแต่วันที่สมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเป็นต้นไป
ข้อ 37. เมื่อสมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็น นิติบุคคลจากทางราชการแล้ว
ให้ถือว่าผู้เริ่มการทั้งหมดเป็นสมาชิก ของสมาคมและรักษาการในตำแหน่งกรรมการของสมาคมจนกว่าจะมีคณะกรรมการบริหารชุดแรกของสมาคม
แต่ทั้งนี้ต้องดำเนินการจัดประชุมใหญ่เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารภายใน
1 ปี นับตั้งแต่วันที่สมาคม ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นสมาคม

|
|