หน้าหลัก
สมาคม
  - วัตถุประสงค์
  -> กฏระเบียบ
  - หน้าที่คณะกรรมการ
  - รายชื่อคณะกรรมการ
  - สมาชิก
ข่าว
ความรู้
ถาม-ตอบ
จุลสาร
ผู้ดูแลระบบ
แผนผังเว็บไซต์
ขอเชิญร่วมลงทะเบียนเป็นผู้สนับสนุน เว็บไซต์สมาคมไฟฟ้าแสงสว่าง แห่งประเทศไทย ติดต่อโฆษณาเชิญทางนี้ครับ
 
1.ความทั่วไป 5.การดำเนินกิจการ
2.สมาชิก 6.สิ่งตีพิมพ
3.การเงิน ทรัพย์สิน 7.แก้ไขข้อบังคับ
4.การประชุมใหญ่ 8.บทเฉพาะกาล

 

หมวดที่ 1 ความทั่วไป


ข้อ 1.
สมาคมนี้มีชื่อว่า "สมาคมไฟฟ้าแสงสว่างแห่งประเทศไทย" ใช้อักษรย่อว่า "สฟสท" เขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า "ILLUMINATING ENGINEERING ASSOCIATION OF THAILAND" อ่านเป็นภาษาอังกฤษว่า "อิลลู มิเนติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอสโซซิเอชั่น ออฟ ไทยแลนด์" และใช้อักษรย่อเป็นภาษาอังกฤษว่า "TIEA"

ข้อ 2. ตราของสมาคมเป็นอักษรย่อภาษาอังกฤษ TIEA สีขาวอยู่ในวงกลมพื้นสีน้ำเงิน ตัวอักษรภาษาอังกฤษ I มี ลักษณะคล้ายแท่งเทียนที่มีเปลวไฟ


หากมีการย่อหรือขยายตราของสมาคม ให้ย่อหรือขยายตามสัดส่วนเดิม

ข้อ 3. สมาคมเป็นองค์กรทางวิชาการ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ศิลปวัฒนธรรม ที่ไม่แสวงหาผลกำไรและไม่เกี่ยวข้อง กับการเมือง

ข้อ 4. สำนักงานของสมาคมตั้งอยู่ ณ อาคารสำนักงานวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ จุฬา ลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถนนอังรีดูนังค์ แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

ข้อ 5. วัตถุประสงค์ของสมาคมเพื่อ
5.1 จัดให้มีการแลกเปลี่ยนผลงานวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและศิลปะในเรื่องแสงและ การส่องสว่างในประเทศไทย
5.2 ส่งเสริมให้มีความก้าวหน้าและการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและศิลปะในเรื่องแสงและการ ส่องสว่างในประเทศไทย

ข้อ 6. สมาคมจะจัดกิจกรรมต่างๆ ดังต่อไปนี้เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของสมาคม
6.1 ร่วมกับองค์กรไฟฟ้าแสงสว่างสากล (INTERNATIONAL COMMISSION ON ILLUMINATION) ในการจัดทำกิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้องกับแสงและการส่องสว่าง
6.2 ศึกษาและวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและศิลปะในเรื่องแสงและการส่องสว่าง
6.3 ร่วมกับองค์กรสากลในการจัดทำมาตรฐานระหว่างประเทศด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและศิลปะใน เรื่องแสงและการส่องสว่าง
6.4 ประชาสัมพันธ์เรื่องที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและศิลปะในเรื่องแสงและการส่องสว่าง
6.5 ส่งเสริมและพัฒนามาตรฐานต่างๆที่เกี่ยวข้องกับแสงและการส่องสว่าง
6.6 ดำเนินการเรื่องอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการบริหารเห็นสมควร

 

หมวดที่ 2 สมาชิก

ประเภทของสมาชิก
คุณสมบัติของสมาชิก
การรับสมาชิก
ค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคม
การสิ้นสุดสมาชิกภาพ

สิทธิของสมาชิก

หน้าที่ของสมาชิก

 

 

ประเภทของสมาชิก สมาชิกสามัญของสมาคมมี 3 ประเภท คือ

สมาชิกบุคคล
ได้แก่บุคคลที่สนใจด้านแสง และการส่องสว่าง มีความจำนงขอสมัครเป็นสมาชิก และคณะกรรมการบริหารมีมติอนุมัติรับเข้าเป็นสมาชิกบุคคลได้

สมาชิกนิติบุคคล
ได้แก่ บริษัท สโมสร สมาคม มูลนิธิ หรือหน่วยงานที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล ที่เห็นพ้องกับวัตถุประสงค์ และกิจกรรมของสมาคม ยินดีให้การสนับสนุนสมาคม และคณะกรรมการบริหารมีมติอนุมัติให้รับเข้าเป็นสมาชิกนิติบุคคลได้

สมาชิกกิตติมศักดิ์
ได้แก่บุคคลที่ทรงคุณวุฒิด้านแสง และการส่องสว่าง หรือผู้มีอุปการะคุณแก่สมาคม ซึ่งคณะกรรมการบริหารลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์

 

คุณสมบัติของสมาชิก สมาชิกต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

1.ไม่มีความประพฤติเสื่อมเสีย
2. ไม่เคยถูกพิพากษาโดยศาลยุติธรรมให้จำคุก เว้นแต่ความผิดลหุโทษ หรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท
3. ไม่เคยเป็นคนวิกลจริต หรือไร้ความสามารถ
4. ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ
5. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย

 

การรับสมาชิก

1. ผู้ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกต้องยื่นใบสมัครตามแบบของสมาคมต่อเลขาธิการ ใบสมัครต้องมีสมาชิกหนึ่งคนรับรอง     เมื่อคณะกรรมการบริหารได้พิจารณาใบสมัครแล้ว ให้เลขาธิการแจ้งผลให้ผู้สมัครทราบภายใน 30 วัน
2. เมื่อผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกได้รับหนังสือตอบรับให้เป็นสมาชิกของสมาคมแล้ว ให้ผู้สมัครนั้นชำระเงินค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคมภายใน 30     วัน สมาชิกภาพของผู้สมัครให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่ผู้สมัคร ได้ชำระเงินค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
3. สมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักดิ์ ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่สมาคมได้รับหนังสือตอบรับคำเชิญให้เป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์

 

ค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคม

1. สมาชิกบุคคลต้องเสียค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคมปีละ 200 บาท หรือตลอดชีพ 2,000 บาท
2. สมาชิกนิติบุคคลต้องเสียค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคมปีละ 2,000 บาท
3. สมาชิกกิตติมศักดิ์ไม่ต้องเสียค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคม

 

การสิ้นสุดสมาชิกภาพ สมาชิกภาพของสมาชิกให้สิ้นสุดด้วยเหตุดังต่อไปนี้

1. ตาย
2. ลาออกโดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการบริหาร

3. ล้มละลาย

4. คณะกรรมการบริหารให้ลบชื่อออกจากทะเบียน

 

สิทธิของสมาชิก

1. มีสิทธิเข้าร่วมในกิจกรรมต่างๆ ของสมาคมตามระเบียบที่ได้กำหนดไว้
2. มีสิทธิได้รับผลประโยชน์ต่างๆ ที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น
3. มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการของสมาคมต่อคณะกรรมการบริหาร เพื่อการพัฒนาสมาคมให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น
4. มีสิทธิเข้าประชุมอภิปราย แสดงความคิดเห็น เสนอญัตติ และซักถามกรรมการบริหารในการประชุมใหญ่ของสมาคม
5. มีสิทธิในการเลือกตั้ง รับการเลือกตั้ง หรือรับการแต่งตั้งเป็นกรรมการของสมาคม
6. สมาชิกบุคคล และสมาชิกนิติบุคคลเท่านั้นที่มีสิทธิออกเสียงลงมติต่างๆ ในที่ประชุม สมาชิกบุคคลมีสิทธิออกเสียงได้คนละ 1 เสียง     ส่วนสมาชิกนิติบุคคลสามารถส่งผู้แทนได้ 2 คน และผู้แทนแต่ละคนมีสิทธิออกเสียงได้ 1 เสียง
7. มีสิทธิขอตรวจสอบเอกสาร และบัญชีทรัพย์สินของสมาคมได้ โดยให้ยื่นคำขอตรวจสอบต่อคณะกรรมการบริหารเป็นลายลักษณ์อักษะ

 

หน้าที่ของสมาชิก

1. มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎข้อบังคับ และระเบียบต่างๆ ของสมาคมโดยเคร่งครัด
2. มีหน้าที่ต้องประพฤติตนให้สมเกียรติที่เป็นสมาชิกของสมาคม
3. มีหน้าที่ส่งเสริม และสนับสนุนการดำเนินการต่างๆ ของสมาคม
4. มีหน้าที่ชำระค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคมตามที่กำหนด

 

หมวดที่ 3 การดำเนินกิจการของสมาคม

ข้อ 14. คณะกรรมการ
14.1 ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งชื่อว่า คณะกรรมการบริหาร ทำหน้าที่บริหารกิจการของสมาคม มีจำนวน ไม่เกิน 21 คน ประกอบด้วยกรรมการที่ได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่จำนวนไม่เกิน 14 คน และกรรม การอีกไม่เกิน 7 คน ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานสาขาวิชาการตามกฎข้อบังคับข้อ 14.3 เป็นกรรม การโดยตำแหน่ง

14.2 ให้กรรมการจำนวน 14 คน ที่ได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่ เลือกตั้งกันเองในตำแหน่งต่างๆ ดังนี้
14.2.1 นายกสมาคม ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าในการบริหารกิจการของสมาคม เป็นผู้แทนสมาคม ในการติดต่อกับบุคคลภายนอกและทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารและการประชุมใหญ่ของสมาคม
14.2.2 อุปนายก ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนายกสมาคมในการบริหารกิจการสมาคมปฏิบัติ ตามที่ นายกสมาคมได้มอบหมายและ ทำหน้าที่แทน นายกสมาคมเมื่อนายกสมาคม ไม่อยู่ หรือ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ แต่การทำหน้าที่แทนนายกสมาคม ให้อุปนายกตามลำดับตำแหน่งเป็นผู้กระทำการแทน
14.2.3 เลขาธิการ ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการของสมาคมทั้งหมด เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ ของสมาคมในการปฏิบัติ กิจการของสมาคมและปฏิบัติตามคำสั่งของนายก สมาคม ตลอดจนทำหน้าที่เป็นเลขานุการในการประชุมต่างๆของสมาคม
14.2.4 เหรัญญิก ทำหน้าที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของสมาคม เป็นผู้จัดทำบัญชีรายรับ รายจ่าย บัญชีงบดุลของสมาคม และเก็บเอกสารหลักฐานต่างๆของสมาคมเพื่อการ ตรวจสอบ
14.2.5 ปฏิคม ทำหน้าที่ในการให้การต้อนรับแขกของสมาคม เป็นหัวหน้าในการจัด เตรียมสถานที่ของสมาคม และจัดเตรียมสถานที่ประชุมต่างๆของสมาคม
14.2.6 นายทะเบียน ทำหน้าที่เกี่ยวกับทะเบียนสมาชิกทั้งหมดของสมาคม ประสานงานกับ เหรัญญิกในการเรียกเก็บเงินค่าบำรุงสมาคมของสมาชิก 14.2.7 ประชาสัมพันธ์ ทำหน้าที่เผยแพร่กิจการและชื่อเสียงเกียรติคุณของสมาคมให้สมาชิก และบุคคลโดยทั่วไปให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย
14.2.8 กรรมการตำแหน่งอื่นๆ คณะกรรมการบริหารอาจกำหนดตำแหน่งอื่นๆขึ้นได้ตามความ เหมาะสม โดยตำแหน่งที่กำหนดขึ้นใหม่นี้เมื่อรวมกับตำแหน่งกรรมการ ตามข้างต้นแล้วจะต้องไม่เกินจำนวนที่กฎและข้อบังคับฉบับนี้ได้กำหนดไว้

14.3 ให้กรรมการจำนวน 14 คน ที่ได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่พิจารณาแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิด้านแสง และการส่องสว่างเป็นประธานสาขาวิชาการ และประธานสาขาวิชาการที่ได้รับแต่งตั้งนี้เป็นกรรมการของคณะกรรมการบริหารโดยตำแหน่งซึ่งมีหน้าที่โดยสังเขป ดังนี้
14.3.1 กรรมการและประธานสาขาวิชาการ 1 มีหน้าที่ดูแลวิชาการส่วนที่เกี่ยวข้องกับการ มองเห็นและสี (VISION AND COLOUR)
14.3.2 กรรมการและประธานสาขาวิชาการ 2 มีหน้าที่ดูแลวิชาการส่วนที่เกี่ยวข้องกับการ วัดแสงและการแผ่รังสี (MEASUREMENT OF LIGHT AND RADIATION)
14.3.3 กรรมการและประธานสาขาวิชาการ 3 มีหน้าที่ดูแลวิชาการส่วนที่เกี่ยวข้องกับ สภาพแวดล้อมและการออกแบบการส่อง สว่างในอาคาร (INTERIOR ENVIRONMENT AND LIGHTING DESIGN)
14.3.4 กรรมการและประธานสาขาวิชาการ 4 มีหน้าที่ดูแลวิชาการส่วนที่เกี่ยวข้องกับการ ส่องสว่าง และการให้สัญญาณแสงในด้าน การคมนาคม (LIGHTING AND SIGNALLING FOR TRANSPORT)
14.3.5 กรรมการและประธานสาขาวิชาการ 5 มีหน้าที่ดูแลวิชาการส่วนที่เกี่ยวข้องกับการ ส่องสว่างนอกอาคารและการส่องสว่างงาน ด้านอื่น (EXTERIOR AND OTHER LIGHTING APPLICATIONS)
14.3.6 กรรมการและประธานสาขาวิชาการ 6 มีหน้าที่ดูแลวิชาการส่วนที่เกี่ยวข้องกับ ความสัมพันธ์ระหว่างแสงกับชีววิทยาและ ความสัมพันธ์ระหว่างแสงกับเคมี (PHOTOBIOLOGY AND PHOTOCHEMISTRY)
14.3.7 กรรมการและประธานสาขาวิชาการ 7 มีหน้าที่ดูแลวิชาการส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง ทั่วๆไปของการส่องสว่าง (GENERAL ASPECTS OF LIGHTING)

14.4 คณะกรรมการบริหารของสมาคมสามารถอยู่ในตำแหน่งได้คราวละ 2 ปี และเมื่อคณะกรรมการอยู่ใน ตำแหน่งครบกำหนดตามวาระแล้ว แต่คณะกรรมการชุดใหม่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทาง ราชการ ให้คณะกรรมการที่ครบกำหนดตามวาระปฏิบัติการไปพลางก่อนจนกว่าคณะกรรมการชุดใหม่ จะได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ และเมื่อคณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จด ทะเบียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้คณะกรรมการชุดเก่าส่งมอบงานให้คณะกรรมการชุดใหม่ให้เสร็จภาย ใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ

14.5 กรรมการบริหารอาจได้รับการเลือกตั้งช้ำแต่ต้องไม่ปฏิบัติงานต่อเนื่องเกินสองวาระในตำแหน่งต่อไป นี้
นายกสมาคม
เลขาธิการ
เหรัญญิก

14.6 ตำแหน่งกรรมการบริหาร ถ้าต้องว่างลงก่อนครบกำหนดตามวาระ ให้คณะกรรมการบริหารแต่งตั้ง สมาชิกคนใดคนหนึ่งที่เห็นสมควรเข้าดำรงตำแหน่งแทนตำแหน่งที่ว่างลงนั้น แต่ผู้ดำรงตำแหน่งแทน อยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับวาระของผู้ที่ตนแทนนั้น

14.7 คณะกรรมการบริหารอาจจะพ้นตำแหน่งซึ่งมิใช่เป็นการลาออกตามวาระด้วยเหตุผลต่อไปนี้
14.7.1 ตาย
14.7.2 ลาออก
14.7.3 ขาดจากสมาชิกภาพ
14.7.4 ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้ออกจากตำแหน่ง

14.8 กรรมการบริหารที่ประสงค์จะลาออกจากตำแหน่งกรรมการบริหารให้ยื่นใบลาออกเป็นลายลักษณ์ อักษรต่อคณะกรรมการบริหาร และให้พ้นจากตำแหน่งเมื่อคณะกรรมการบริหารมีมติให้ออก

14.9 อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการบริหาร
14.9.1 มีอำนาจออกระเบียบปฏิบัติต่างๆเพื่อให้สมาชิกได้ปฏิบัติ แต่ระเบียบปฏิบัตินั้นต้องไม่ขัด ต่อกฎและข้อบังคับฉบับนี้
14.9.2 มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของสมาคม
14.9.3 มีอำนาจแต่งตั้งที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการได้ แต่ที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการจะสามารถอยู่ใน ตำแหน่งได้ไม่เกินวาระของคณะกรรมการบริหารที่แต่งตั้ง
14.9.4 มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปีและประชุมใหญ่วิสามัญ
14.9.5 มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการในตำแหน่งอื่นๆ ที่ยังมิได้กำหนดไว้ในกฎและข้อบังคับฉบับนี้
14.9.6 มีอำนาจบริหารกิจการของสมาคม เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตลอดจนมีอำนาจอื่นๆ ตามที่กฎและข้อบังคับได้กำหนดไว้
14.9.7 มีหน้าที่รับผิดชอบในกิจการของสมาคมทั้งหมด รวมทั้งการเงินและทรัพย์สินทั้งหมดของ สมาคม
14.9.8 มีหน้าที่จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญตามที่สมาชิกจำนวน 1 ใน 5 ของสมาชิกทั้งหมดหรือ สมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่า 20 คน ได้เข้าชื่อร้องขอให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญขึ้น ซึ่งการนี้จะ ต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญขึ้นภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอ 14.9.9 มีหน้าที่จัดทำเอกสารหลักฐานต่างๆทั้งที่เกี่ยวข้องกับการเงิน ทรัพย์สินและการดำเนินกิจ กรรมต่างๆของสมาคมให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ และสามารถให้สมาชิกตรวจดูได้เมื่อ สมาชิกร้องขอ
14.9.10 มีหน้าที่จัดทำบันทึกการประชุมต่างๆ ของสมาคมเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน
14.9.11 มีหน้าที่อื่นๆ ตามที่กฎและข้อบังคับได้กำหนดไว้

14.10 คณะกรรมการบริหารจะต้องประชุมกันอย่างน้อยหนึ่งครั้งทุกๆสองเดือน เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับ การบริหารของสมาคม

14.11 การประชุมคณะกรรมการบริหาร จะต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของกรรม การทั้งหมดจึงจะถือว่าครบองค์ประชุม มติของที่ประชุมคณะกรรมการบริหารถ้าข้อบังคับมิได้กำหนด ไว้เป็นอย่างอื่น ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในการ ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

14.12 ในการประชุมคณะกรรมการบริหาร ถ้านายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่ สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการที่เข้าประชุมในคราวนั้นเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่ ประธานในการประชุมคราวนั้น

ข้อ 15. คณะกรรมการสาขาวิชาการ
15.1 ให้มีคณะกรรมการสาสขาวิชาการดูแลกิจการของแต่ละสาขาวิชาการ

15.2 คณะกรรมการสาขาวิชาการประกอบด้วย ประธานสาขาวิชาการซึ่งเป็นผู้แต่งตั้งกรรมการในจำนวนที่ เหมาะสม กรรมการจะแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชาการนั้นๆ กรรมการต้องเป็นสมาชิกของ สมาคม และต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริหาร

15.3 เมื่อประธานสาขาวิชาการพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้คณะกรรมการบริหารแต่งตั้งผู้ที่เหมาะสม แทนตำแหน่งที่ว่างลง แต่ผู้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับวาระของผู้ที่ตนแทนเท่านั้น

15.4 กรรมการสาขาวิชาการอาจจะพ้นจากตำแหน่งได้ ซึ่งมิใช่เป็นการออกตามวาระด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
15.4.1 ตาย
15.4.2 ลาออก
15.4.3 ขาดสมาชิกภาพ
15.4.4 คณะกรรมการบริหารมีมติให้ออกจากตำแหน่ง


15.5 ให้อนุโลมใชัระเบียบการประชุมของคณะกรรมการบริหารกับการประชุมของคณะกรรมการสาขาวิชาการ

 

หมวดที่ 4 การประชุมใหญ่

ข้อ 16. การประชุมใหญ่ของสมาคมมี 2 ชนิด คือ

16.1 ประชุมใหญ่สามัญ
16.2 ประชุมใหญ่วิสามัญ

ข้อ 17. คณะกรรมการต้องจัดให้มีประชุมใหญ่สามัญประจำปี 1 ครั้ง ภายในเดือน พฤศจิกาายนของทุก ๆ 1 ป

ีข้อ 18. การประชุมใหญ่วิสามัญ อาจจัดให้มีขึ้นได้ด้วยเหตุผลอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปนี้

1. คณะกรรมการบริหารเห็นควรจัดให้มีขึ้น
2. สมาชิกสามัญไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของสมาชิกสามัญทั้งหมดหรือไม่น้อยกว่า 20 คน เข้าชื่อร่วมกันร้องขอต่อคณะกรรมการบริหารให้จัดให้มีขึ้น

ข้อ 19.
การแจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ ให้เลขาธิการเป็นผู้แจ้งให้สมาชิกทราบเป็นลายลักษณ์อักษร โดยระบุวัน เวลา และสถานที่ให้ชัดเจน และต้องแจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 7 วัน ก่อนกำหนดวันประชุมใหญ่


ข้อ 20. การประชุมใหญ่สามัญประจำปี จะต้องมีวาระการประชุมอย่างน้อยดังต่อไปนี้

1. แถลงถึงกิจการที่ผ่านมาในรอบปี
2. แถลงถึงบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุลของปีที่ผ่านมาให้สมาชิกทราบ
3. เลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่เมื่อครบกำหนดวาระ
4. เลือกตั้งผู้สอบบัญชี
5. เรื่องอื่นๆ ถ้ามี


ข้อ 21. ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือการประชุมใหญ่วิสามัญ จะต้องมีสมาชิกเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของสมาชิกทั้งหมด หรือไม่น้อยกว่า 25 คน จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม แต่ถ้าเมื่อถึงกำหนด เวลาประชุมยัง มีสมาชิกเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุม ก็ให้ขยายเวลาออกไปอีกพอสมควร แต่เมื่อครบ กำหนดเวลาที่ขยายออกไปแล้วยังมีสมาชิกเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุม ให้กระทำดังต่อไปนี้

1. กรณีเป็นการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือการประชุมใหญ่วิสามัญที่คณะกรรมการบริหารเห็นสมควรจัดให้มีขึ้น ให้เลื่อนการประชุมคราวนั้นไป และให้จัดประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่งในเวลาไม่น้อยกว่า 15 วัน แต่ไม่เกิน 45 วัน นับจากวันที่ได้เลื่อนการประชุม ในการประชุมใหญ่ครั้งใหม่นี้ ไม่ว่าจะมีสมาชิกเข้าประชุมเป็นจำนวนเท่าใด ก็ให้ถือว่าครบองค์ประชุม
2. กรณีเป็นการประชุมใหญ่วิสามัญที่เกิดจากการร้องขอของสมาชิก ให้ถือว่าการประชุมใหญ่คราวนั้นเป็นอันยกเลิก และไม่ต้องจัดประชุมใหญ่ขึ้นอีกครั้ง

ข้อ 22. การลงมติต่างๆ ในที่ประชุมให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงที่ลงมติเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมใหญ่เป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ 23. ในการประชุมใหญ่ของสมาคม ถ้านายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่มาร่วมประชุม หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมใหญ่ทำการเลือกตั้งกรรมการของคณะกรรมการบริหารคนใดคนหนึ่งที่มาร่วมประชุม เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น


 

หมวดที่ 5 การเงินและทรัพย์สิน


ข้อ 24. การเงินและทรัพย์สินทั้งหมดให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริหาร เงินสดของสมาคมให้นำฝาก ไว้กับธนาคารในประเทศไทยที่มีหลักฐานมั่นคง

ข้อ 25. เหรัญญิกต้องทำบัญชีรายรับรายจ่ายและบัญชีงบดุลให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ การรับหรือจ่ายเงินทุกครั้งจะ ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ

ข้อ 26. การลงนามในตั๋วเงินหรือเช็คของสมาคม จะต้องมีลายมือชื่อของกรรมการบริหาร 2 ใน 3 ท่านต่อไปนี้ นายก สมาคม เลขาธิการ เหรัญญิก พร้อมประทับตราของสมาคมจึงจะถือว่าใช้ได้

ข้อ 27. ให้นายกสมาคมมีอำนาจสั่งจ่ายเงินของสมาคมได้ครั้งละไม่เกิน 50,000 บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่า นั้นจะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริหาร

ข้อ 28. ให้เหรัญญิกมีอำนาจเก็บรักษาเงินสดของสมาคมได้ไม่เกิน 5,000 บาท (ห้าพันบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่าจำนวนนี้ จะต้องนำฝากธนาคารในบัญชีของสมาคมทันทีที่มีโอกาสอำนวยให้

ข้อ 29. ผู้สอบบัญชีจะต้องไม่ใช่กรรมการบริหารหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม และจะต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาต

ข้อ 30. ผู้สอบบัญชีมีอำนาจที่จะเรียกเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเงินและทรัพย์สินจากคณะกรรมการบริหาร และสามารถ เชิญกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคมเพื่อสอบถามเกี่ยวกับบัญชีและทรัพย์สินของสมาคมได้ คณะกรรมการ บริหารและเจ้าหน้าที่ของสมาคมจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้สอบบัญชีเมื่อได้รับการร้องขอ

 

หมวดที่ 6 สิ่งตีพิมพ์


ข้อ 31. สมาคมต้องพิมพ์รายงานความก้าวหน้าของการประชุมของคณะกรรมการบริหาร รายงานความก้าวหน้าและกิจ กรรมของคณะกรรมการสาขาวิชาการต่างๆ
ข้อ 32. สมาคมต้องจัดพิมพ์เอกสารทางวิชาการของสาขาวิชาการต่างๆ


 

หมวดที่ 7 การเปลี่ยนแปลงแก้ไขกฎและข้อบังคับและการเลิกของสมาคม


ข้อ 33. กฎและข้อบังคับของสมาคมจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่เท่านั้น มติของที่ประชุมใหญ่ใน การเปลี่ยนแปลงแก้ไขและข้อบังคับจะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วม ประชุมทั้งหมด

ข้อ 34. การเลิกสมาคม จะเลิกได้ก็โดยมติของที่ประชุมใหญ่ของสมาคม ยกเว้นต้องยกเลิกเพราะเหตุของกฎหมาย มติ ของที่ประชุมใหญ่ให้เลิกสมาคมจะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้ง หมด

ข้อ 35. เมื่อสมาคมจะต้องยกเลิกไม่ว่าด้วยเหตุใดๆก็ตาม ทรัพย์สินของสมาคมที่เหลืออยู่หลังจากที่ได้ชำระบัญชีเป็นที่ เรียบร้อยแล้ว ให้มอบแก่วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์


 

หมวดที่ 8 บทเฉพาะกาล


ข้อ 36. กฎข้อบังคับฉบับนี้ให้เริ่มใช้บังคับได้ตั้งแต่วันที่สมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเป็นต้นไป

ข้อ 37. เมื่อสมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็น นิติบุคคลจากทางราชการแล้ว ให้ถือว่าผู้เริ่มการทั้งหมดเป็นสมาชิก ของสมาคมและรักษาการในตำแหน่งกรรมการของสมาคมจนกว่าจะมีคณะกรรมการบริหารชุดแรกของสมาคม แต่ทั้งนี้ต้องดำเนินการจัดประชุมใหญ่เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารภายใน 1 ปี นับตั้งแต่วันที่สมาคม ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นสมาคม


 

 
สมาคมไฟฟ้าแสงสว่างแห่งประเทศไทย ชั้น 3 ตึกวิศกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (ว.ส.ท.) 487 ซ.รามคำแหง 39 ถนนรามคำแหง
แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310 โทรศัพท:์ 0-2935-6905 โทรสาร: 0-2935-6569 Email: TIEA_association@hotmail.com © 2005